หน้าแรกข้อมูลองค์กรธุรกิจพีอีเอ เอ็นคอมโครงการที่สำคัญข่าวและความเคลื่อนไหวข่าวและความเคลื่อนไหวติดต่อเรา

รถสีเขียว

รถสีเขียว

 ร ถ สี เ ขี ย ว

 G r e e n  C a r

ในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า ยานพาหนะประเภทต่างๆ ที่วิ่งอยู่บนถนนเป็นแหล่งสำคัญของการปล่อยมลพิษและแก๊สเรือนกระจกออกสู่บรรยากาศ ซึ่งจะเห็นได้จากข้อมูลปริมาณของแก๊สเรือนกระจกทั้งหมดที่ถูกปล่อยออกมาของประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า ร้อยละ 33 มาจากยานพาหนะหรือรถยนต์ที่วิ่งบนถนน มลพิษและแก๊สเรือนกระจกนี้ทำให้เกิดหมอกควัน (Smog) และมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของคนในเขตเมือง รวมถึงการทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน ดังนั้น หากไม่มีมาตรการในการแก้ไขที่เหมาะสมครบถ้วน และรีบดำเนินการให้ทันท่วงที ปัญหานี้จะรุนแรงมากขึ้นจนถึงระดับที่ไม่สามารถแก้ไขได้หรือแก้ไขได้ยาก

การส่งเสริมให้ใช้รถสีเขียว (Green Car) จะเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากมลพิษและแก๊สเรือนกระจกได้ และยังจะช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลลงอีกด้วย  สำหรับบ้านเราที่ยังต้องนำเข้าเชื้อเพลิงที่ใช้กับรถยนต์เป็นส่วนใหญ่ จะทำให้การพึ่งพาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศน้อยลง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อความมั่นคงด้านพลังงานและต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

ทำไมถึงเป็นรถสีเขียว

รถสีเขียวในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรถที่ทาหรือพ่นด้วยสีเขียว แต่สีเขียวนี้เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นั่นก็คือรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษและแก๊สเรือนกระจกออกมาน้อยกว่ารถยนต์ทั่วไปที่ใช้น้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล โดยอาจจะได้รับการพัฒนาและปรับปรุงให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น หรือให้ปล่อยมลพิษออกมาน้อยลง ในปัจจุบันมีรถสีเขียวที่ใช้กันอยู่และที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ดังนี้

1.รถยนต์เครื่องยนต์เบนซิน ที่ใช้เชื้อเพลิงทดแทนที่สามารถลดปริมาณมลพิษและแก๊สเรือนกระจกที่ปล่อยออกมา เช่น การใช้เอทานอล หรือเอทานอลผสมกับน้ำมันเบนซินในสัดส่วนต่างๆ ที่เรียกว่า แก๊สโซฮอล์ เป็นเชื้อเพลิงทดแทน เป็นต้น   2.รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล ที่ใช้เชื้อเพลิงทดแทนที่สามารถลดปริมาณมลพิษและแก๊สเรือนกระจดที่ปล่อยออกมา เช่น การใช้ไบโอดีเซล หรือไบโอดีเซลผสมกับน้ำมันดีเซลในสัดส่วนต่างๆ เป็นเชื้อเพลิงทดแทน เป็นต้น
 3.รถยนต์ลูกผสม (Hybrid Car) เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยแหล่งกำลัง 2 แหล่ง โดยทั่วไปมักจะใช้เครื่องยนต์เบนซินกับมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นแปล่งกำลัง ซึ่งเครื่องยนต์เบนซินที่ใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง ก็จะปล่อยมลพิษและแก๊สเรือนกระจกออกมาเหมือนกับรถยนต์ทั่วไป แต่เครื่องเบนซินที่ใช้กับรถยนต์ลูกผสมมีขนาดเล็กกว่า และทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ดังนั้นปริมาณของมลพิษและแก๊สเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมาจากรถยนต์ลูกผสมจึงน้อยกว่า

รถยนต์ลูกผสม (Hybrid Car)

รถเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Car)

4.รถเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Car) เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยกระแสไฟฟ้าที่นำมาป้อนให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าได้มาจากเซลล์เชื้อเพลิง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนปฏิกิริยาทางเคมีของไฮโดรเจนกับออกซิเจนไปเป็นน้ำและกระแสไฟฟ้า เซลล์เชื้อเพลิงนี้ จะใช้ไฮโดรเจน หรือ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่ผ่านกระบวนการแปรรูปให้เป็นแก๊สที่มีไฮโดรเจนเข้มข้นเป็นเชื้อเพลิง ส่วนออกซิเจนที่ใช้โดยทั่วไปจะใช้ออกสิเจนในอากาศ ซึ่งสารที่ปล่อยออกมาจากรถเซลล์เชื้อเพลิงก็คือน้ำ และอาจมีแก๊สเรือนกระจกถูกปล่อยออกมาด้วย ถ้าใช้สารประกอบไฮโดรคาร์บอนเป็นเชื้อเพลิง

5.รถไฟฟ้า (Electric Car) เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ส่วนการประจุแบตเตอรี่จะอาศัยไฟฟ้าจากแหล่งไฟฟ้าทั่วไป เมื่อพิจารณาเฉพาะการปล่อยมลพิษและแก๊สเรือนกระจกออกจากตัวรถ จะถือได้ว่ารถไฟฟ้าไม่ได้ปล่อยมลพิษและแก๊สเรือนกระจกออกมาเลย หรือเป็นรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเท่ากับศูนย์ ( Zero-Emissions Vehicle : ZEV )  แต่ถ้าพิจารณารวมตั้งแต่การผลิตกระแสไฟฟ้า ก็จะมีการปล่อยมลพิษและแก๊สเรือนกระจกออกมาปริมาณตามแหล่งการผลิตกระแสไฟฟ้า

 

รถไฟฟ้า (Electric Car)

6.รถไฮโดรเจน (Hydrogen Car) เป็นรถยนต์ที่ใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท ตามชนิดของเครื่องต้นกำลังที่เปลี่ยนพลังงานเคมีของไฮโดรเจนให้เป็นพลังงาน ได้แก่ เครื่องยนต์เผาไหม้ภายในแบบจุดระเบิดด้วยประกายไฟ (เหมือนกับเครื่องยนต์เบนซิน) และเซลล์เชื้อเพลิงที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ สำหรับสารที่ปล่อยออกมาจากรถไฮโดรเจนคือ น้ำ จึงถือได้ว่ารถไฮโดรเจนไม่ได้ปล่อยมลพิษและแก๊สเรือนกระจกออกมาเลย หรือเป็นรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเท่ากับศูนย์ เช่นเดียวกับรถไฟฟ้า แต่หากพิจารณาตลอดวงจรเชื้อเพลิงของไฮโดรเจน (พิจารณาตั้งแต่การผลิตไฮโดรเจนจนถึงการทำงานของรถไฮโดรเจน) ก็จะมีการปล่อยมลพิษและแก๊สเรือนกระจกออกมาบ้าง 7.รถลมอัด (Compressed Air Car) เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ลม ซึ่งทำงานโดยอาศัยลมอัดที่ส่งมาจากถังเก็บลมอัด และเนื่องจากการทำงานของรถลมอัดไม่มีการเผาไหม้หรือปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นจึงเกือบไม่มีการปล่อยมลพิษและแก๊สเรือนกระจกออกมาเลย (อาจมีฝุ่นผงและน้ำมันหล่อลื่นหลุดลอดออกมาบ้าง) และถือได้ว่าเป็นรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเท่ากับศูนย์อีกประเภทหนึ่ง แต่หากพิจารณาตั้งแต่การผลิตลมอัดซึ่งโดยทั่วไปจะต้องใช้พลังงานไฟฟ้า ก็เรียกได้ว่ามีปริมาณมลพิษและแก๊สเรือนกระจกถูกปล่อยออกมาบ้าง ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่นำมาใช้

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากจาก :   

- นิตยสาร Green Technology & Innovation

- www.autogeeze.com

- http://revocars.com

- www.gizmag.com



  Copyright 2005-2011 www.pea-encom.com All rights reserved.
view